
การตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
กลยุทธ์และแผนการดำเนินงานเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน
บริษัทฯ ตระหนักถึงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และแนวโน้มกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้นจากการเข้าร่วมกรอบความร่วมมือระดับโลก จึงกำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติด้านสิ่งแวดล้อม มุ่งใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และบริหารความเสี่ยงด้านภูมิอากาศ เพื่อสร้างคุณค่าให้แก่องค์กรและผู้มีส่วนได้เสีย พร้อมตั้งเป้าหมายระยะยาวในการดำเนินงานดังกล่าว
เป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม
Net Zero
เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์
ภายในปี 2593
20%
ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Scope 1–2
ภายในปี 2570
50%
ใช้พลังงานสะอาดของการใช้ไฟฟ้าทั้งหมดในคลังสินค้า
ภายในปี 2570
ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล และลดมลภาวะทางอากาศในพื้นที่ปฏิบัติงาน
บริษัทฯ มุ่งลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล โดยส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือกและอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพสูง เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG Emissions) รวมถึงมลสารทางอากาศ เช่น ฝุ่นละออง (PM) และก๊าซพิษต่างๆ ซึ่งช่วยยกระดับคุณภาพอากาศทั้งภายในและโดยรอบพื้นที่ปฏิบัติงาน ตลอดจนลดผลกระทบต่อสุขภาพของพนักงานและชุมชนโดยรอบ
ลดเสียงรบกวน สร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยและเหมาะสมยิ่งขึ้น
บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการควบคุมระดับเสียงจากเครื่องจักรและกิจกรรมการปฏิบัติงาน โดยเลือกใช้อุปกรณ์ที่มีระดับเสียงต่ำ พร้อมทั้งปรับปรุงกระบวนการทำงานเพื่อลดแหล่งกำเนิดเสียงรบกวน ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงต่อสุขภาพการได้ยินของพนักงาน และสามารถลดอุปสรรคในการสื่อสารระหว่างการทำงาน และสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เอื้อต่อประสิทธิภาพ
เพิ่มประสิทธิภาพการขนถ่ายสินค้า ด้วยเทคโนโลยีรถยกไฟฟ้าที่ควบคุมการทำงานได้แม่นยำและสม่ำเสมอ
บริษัทฯ นำเทคโนโลยีรถยกไฟฟ้า (Electric Forklift) มาใช้แทนรถยกที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน เพื่อลดการปล่อยมลพิษและเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน โดยรถยกไฟฟ้าสามารถควบคุมการเคลื่อนที่และการยกสินค้าได้อย่างแม่นยำ ลดความเสียหายของสินค้า ลดความผิดพลาดจากการปฏิบัติงาน และช่วยให้กระบวนการขนถ่ายเป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีมาตรฐาน
ปรับเส้นทางขนส่งด้วยหลักการบริหารจัดการโลจิสติกส์เชิงประสิทธิภาพ (Route Optimization) ลดการใช้พลังงานที่ไม่จำเป็น
บริษัทฯ ประยุกต์ใช้ระบบวิเคราะห์และวางแผนเส้นทางขนส่ง (Route Optimization) เพื่อเลือกเส้นทางที่เหมาะสมที่สุดในด้านระยะทาง เวลา ช่วงเวลาระยะทางจราจร ช่วยลดระยะทางซ้ำซ้อน ลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการขนส่ง นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มความตรงต่อเวลาในการส่งมอบสินค้า และลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์โดยรวม
