
การสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน
ส่งเสริมการกำกับดูแลกิจการที่ดี
นโยบาย หลักเกณฑ์ และวิธีการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน
บริษัทกำหนดนโยบาย หลักเกณฑ์ และวิธีการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนของกรรมการบริษัท กรรมการชุดย่อย และผู้บริหารระดับสูง ให้เป็นไปอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และสอดคล้องกับหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยคำนึงถึงประโยชน์ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม
คณะกรรมการบริษัทได้แต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน (Nomination and Remuneration Committee: NRC) เพื่อรับผิดชอบในการกำหนดนโยบาย หลักเกณฑ์ และกระบวนการสรรหา รวมถึงการกำหนดค่าตอบแทนที่เหมาะสม สอดคล้องกับบทบาทหน้าที่ ความรับผิดชอบ และผลการดำเนินงานขององค์กร โดยนำเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการบริษัท และ/หรือที่ประชุมผู้ถือหุ้นแล้วแต่กรณี
ทั้งนี้ บริษัทได้นำหลักปฏิบัติตาม Corporate Governance Code (CG Code) มาปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบททางธุรกิจ พร้อมทั้งมีการทบทวนและปรับปรุงนโยบาย หลักเกณฑ์ และแนวปฏิบัติอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจและสนับสนุนการดำเนินงานขององค์กรอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
การสรรหาและแต่งตั้งกรรมการและผู้บริหารระดับสูง
กระบวนการสรรหา
บริษัทกำหนดให้กระบวนการสรรหาเป็นไปอย่างเป็นระบบ โปร่งใส และอิงหลักธรรมาภิบาล โดยพิจารณาทั้งคุณสมบัติตามกฎหมาย ความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ที่สอดคล้องกับกลยุทธ์องค์กร พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับความหลากหลายของคณะกรรมการ (Board Diversity) และการวิเคราะห์ทักษะที่จำเป็น (Board Skill Matrix)
การมีส่วนร่วมของผู้ถือหุ้น
เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นมีส่วนร่วมในการเสนอชื่อกรรมการ และพิจารณาความเหมาะสมของผู้ได้รับการเสนอชื่ออย่างรอบด้าน รวมถึงความสามารถในการอุทิศเวลา และประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่ โดยกำหนดให้กรรมการสามารถดำรงตำแหน่งในบริษัทจดทะเบียนอื่นได้ไม่เกินจำนวนที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้กระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่
แผนสืบทอดตำแหน่ง
สำหรับผู้บริหารระดับสูง บริษัทกำหนดหลักเกณฑ์การคัดเลือกที่เน้นภาวะผู้นำ วิสัยทัศน์ ความสามารถเชิงกลยุทธ์ และจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจ รวมถึงมีการจัดทำแผนสืบทอดตำแหน่ง (Succession Plan) เพื่อรองรับความต่อเนื่องในการบริหารงานในระยะยาว
การสรรหาและแต่งตั้งกรรมการ
คณะกรรมการควรดูแลให้การสรรหาและคัดเลือกกรรมการมีกระบวนการที่โปร่งใสและชัดเจน เพื่อให้ได้กรรมการที่มีคุณสมบัติสอดคล้องกับองค์ประกอบที่กำหนดไว้ ดังนี้:
เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นรายย่อยเสนอชื่อบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสม เพื่อรับการพิจารณาเลือกตั้งเป็นกรรมการและการเสนอชื่อจากผู้ถือหุ้นใหญ่
คุณสมบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ พ.ร.บ. บริษัทมหาชนจำกัด, พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535, ข้อบังคับบริษัทฯ และหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัทฯ
พิจารณาหลักเกณฑ์การสรรหากรรมการบริษัทฯ ของ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ให้ความสำคัญต่อผู้ที่มีทักษะ ประสบการณ์ วิชาชีพ คุณสมบัติเฉพาะในด้านต่างๆ ที่หลากหลายที่คณะกรรมการยังขาดอยู่ และมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อธุรกิจของบริษัทฯ เพื่อให้องค์ประกอบคณะกรรมการมีความสมบูรณ์และเป็นประโยชน์สูงสุด
พิจารณาความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ในการดำเนินกิจการของบริษัทฯ รวมถึงใช้ฐานข้อมูลกรรมการ (Director Pool) สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) เป็นส่วนประกอบสำคัญในการสรรหากรรมการใหม่
พิจารณาคุณสมบัติของกรรมการให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจของบริษัท โดยได้จัดทำ (Board Skill Matrix) ขึ้น โดยกำหนดคุณสมบัติของกรรมการที่ต้องการสรรหา โดยพิจารณาทักษะความเชี่ยวชาญในด้านต่างๆ ทั้งด้านกฎหมาย การบัญชี การเงิน เศรษฐศาสตร์ วิศวกรรม และการบริหารจัดการ เพื่อผสานความรู้ความสามารถที่เป็นประโยชน์แก่การดำเนินงานของบริษัทฯ
พิจารณาการอุทิศเวลาของกรรมการ หากเป็นกรรมการเดิมที่จะกลับเข้าดำรงตำแหน่งอีกวาระ อาจพิจารณาจากผลการปฏิบัติงานในช่วงที่ดำรงตำแหน่ง รวมถึงควรพิจารณาถึงจำนวนบริษัทที่กรรมการแต่ละคนจะไปดำรงตำแหน่งให้เหมาะสมกับลักษณะหรือสภาพธุรกิจของบริษัท ซึ่งไม่ควรเกิน 5 บริษัทจดทะเบียน เพื่อให้มั่นใจว่าประสิทธิภาพการทำงานจะไม่ลดลง
การแต่งตั้งกรรมการอิสระพิจารณาความเป็นอิสระของบุคคลที่เสนอให้เป็นกรรมการอิสระตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กำหนด โดยมีคุณสมบัติความเป็นอิสระตามที่กำหนดไว้ในคู่มือการกำกับดูแลกิจการที่ดี
ผลการปฏิบัติงานในปีที่ผ่านมา (ถ้ามี)
การให้ข้อเสนอแนะความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์
ค่าตอบแทนกรรมการ และผู้บริหาร
ค่าตอบแทนกรรมการ
คณะกรรมการบริษัท ได้กำหนดนโยบาย หลักเกณฑ์และวิธีในการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน ไว้อย่างชัดเจน และโปร่งใส และอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม สามารถเทียบเคียงได้กับอุตสาหกรรมในลักษณะเดียวกัน โดยได้มอบหมายให้คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการ สรรหาและกำหนดค่าตอบแทนจะเป็นผู้พิจารณาค่าตอบแทนในเบื้องต้น และนำข้อมูลที่ได้ เสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ เพื่อพิจารณา ก่อนนำเสนอต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเพื่ออนุมัติต่อไป
ค่าตอบแทนกรรมการ ประกอบด้วย 2 ส่วนคือ ค่าเบี้ยประชุม ค่าบำเหน็จประจำปี โดยไม่มีสิทธิประโยชน์อื่นๆ ซึ่งเบี้ยประชุมดังกล่าว จะได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น และจ่ายเฉพาะกรรมการที่เข้าร่วมประชุมเท่านั้น โดยในคณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการตรวจสอบ กรรมการทุกคนจะได้ค่าเบี้ยประชุมเท่ากัน ในขณะที่ประธานกรรมการจะได้มากกว่ากรรมการคนอื่น สำหรับคณะกรรมการชุดย่อยทั้ง 2 คณะ ได้แก่ คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงและความยั่งยืน และคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการ สรรหาและกำหนดค่าตอบแทน กรรมการทุกคนจะได้ค่าเบี้ยประชุมเท่ากัน ในขณะที่ประธานกรรมการชุดย่อย จะได้มากกว่ากรรมการคนอื่น ยกเว้นกรรมการที่เป็นผู้บริหาร จะไม่ได้รับค่าเบี้ยประชุม เนื่องจากกรรมการในคณะกรรมการชุดย่อยดังกล่าวเป็นผู้บริหารของบริษัท สำหรับบำเหน็จกรรมการ จะพิจารณาถึงความเหมาะสม และเปรียบเทียบกับบริษัทที่อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกัน และมีขนาดธุรกิจใกล้เคียงกัน ตลอดจนคำนึงถึงผลการดำเนินงานของบริษัท ผลงาน และความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัท และสภาวการณ์ของธุรกิจโดยรวม
ค่าตอบแทนผู้บริหาร
คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการ สรรหาและกำหนดค่าตอบแทน มีหน้าที่พิจารณาและกำหนดค่าตอบแทนของผู้บริหารระดับสูง โดยคำนึงถึงความเหมาะสมกับหน้าที่ความรับผิดชอบ ผลการปฏิบัติงาน และสภาพการแข่งขันในตลาดแรงงาน
โครงสร้างค่าตอบแทนผู้บริหารประกอบด้วย เงินเดือน โบนัส และสวัสดิการต่างๆ ตามระเบียบของบริษัท โดยมีการประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปี เพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการพิจารณาปรับค่าตอบแทนให้เหมาะสม
หลักเกณฑ์และวิธีการกำหนดค่าตอบแทนกรรมการบริษัท กรรมการชุดย่อย
ค่าตอบแทนกรรมการ
ค่าตอบแทนของคณะกรรมการบริษัทให้พิจารณาจากหน้าที่ความรับผิดชอบของคณะกรรมการและการทำงานของกรรมการ โดยได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น
คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการ สรรหาและกำหนดค่าตอบแทน จะพิจารณาถึงประเภทค่าตอบแทน วิธีการจ่ายค่าตอบแทน และจำนวนค่าตอบแทนกรรมการ รวมถึงนำเสนอคณะกรรมการบริษัทเพื่อให้อนุมัติ และนำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่ออนุมัติต่อไป
บริษัทฯ ได้กำหนดนโยบายค่าตอบแทนไว้อย่างชัดเจนและโปร่งใสโดยค่าตอบแทนมีความเหมาะสมกับหน้าที่และความรับผิดชอบที่กรรมการแต่ละคนได้รับมอบหมาย รวมทั้งอยู่ในระดับที่เพียงพอที่จะจูงใจและรักษากรรมการและผู้บริหารที่มีคุณสมบัติไว้
1.4 ประเภทค่าตอบแทน ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ
ค่าตอบแทนคณะกรรมการบริษัทฯ และคณะกรรมการชุดย่อย จะต้องได้รับการอนุมัติโดยที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น
ค่าตอบแทนผู้บริหารระดับสูง
คณะกรรมการบริษัท ได้กำหนดนโยบาย หลักเกณฑ์และวิธีในการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน ไว้อย่างชัดเจน และโปร่งใส และอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม สามารถเทียบเคียงได้กับอุตสาหกรรมในลักษณะเดียวกัน โดยได้มอบหมายให้คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการ สรรหาและกำหนดค่าตอบแทนจะเป็นผู้พิจารณาค่าตอบแทน โดยพิจารณาถึงผลการดำเนินงานของบริษัท ผลการดำเนินงานของผู้บริหารระดับสูงแต่ละคน ทั้งนี้ เพื่อสามารถจูงใจ และรักษาบุคลากรที่มีคุณภาพไว้
สำหรับค่าตอบแทนและโบนัสประจำปีของผู้บริหารระดับสูง จะมีหลักเกณฑ์ในการพิจารณาที่แน่นอน โดยพิจารณาจากผลการดำเนินงานของบริษัทฯ สภาวะเศรษฐกิจโดยรวม และผลการทำงานของผู้บริหารระดับสูงแต่ละคน ซึ่งจะมีการชี้แจงหลักเกณฑ์ให้ทราบล่วงหน้าก่อนที่จะประเมินผลในปลายปี โดยคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการ สรรหาและกำหนดค่าตอบแทนจะพิจารณาก่อนนำเสนอให้คณะกรรมการบริษัทฯ พิจารณาอนุมัติต่อไป
หลักเกณฑ์และวิธีการกำหนดค่าตอบแทนผู้บริหารระดับสูง และบุคลากรอื่นๆ
ค่าตอบแทนกรรมการผู้จัดการใหญ่และผู้บริหารระดับสูง
คณะกรรมการกำหนดโครงสร้างค่าตอบแทนที่เป็นเครื่องจูงใจให้กรรมการผู้จัดการใหญ่ และผู้บริหารระดับสูงให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และเป้าหมายหลักขององค์กร รวมถึงผลประโยชน์ของกิจการในระยะยาว
พิจารณาความเหมาะสมของสัดส่วนค่าตอบแทนที่เป็นเงินเดือน ผลการดำเนินงานระยะสั้น เช่น โบนัส และผลการดำเนินงานระยะยาว
กำหนดนโยบายการจ่ายค่าตอบแทนโดยคำนึงถึงปัจจัย เช่น ระดับค่าตอบแทนสูงกว่าหรือเท่ากับระดับอุตสาหกรรมเดียวกันโดยประมาณ ผลการดำเนินงานของกิจการ เป็นต้น
1.3 กำหนดนโยบายเกี่ยวกับเกณฑ์การประเมินผลกรรมการผู้จัดการใหญ่ และสื่อสารให้เป็นที่รับทราบ อย่างน้อยในเรื่องดังต่อไปนี้:
เห็นชอบหลักเกณฑ์การประเมินผลงานกรรมการผู้จัดการใหญ่ โดยเกณฑ์การประเมินผลงานครอบคลุงใจให้กรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารกิจการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ เป้าหมายหลัก กลยุทธ์ และสอดคล้องกับผลประโยชน์ของกิจการในระยะยาว
ประเมินผลงานกรรมการผู้จัดการใหญ่เป็นประจำทุกปีหรือมอบหมายให้คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการ สรรหาและกำหนดค่าตอบแทนเป็นผู้ประเมินและประธานกรรมการหรือกรรมการอาวุโสเป็นผู้สื่อสารผลการพิจารณา
อนุมัติค่าตอบแทนประจำปีของกรรมการผู้จัดการใหญ่ โดยพิจารณาผลประเมินการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการผู้จัดการใหญ่ และปัจจัยอื่นๆ ประกอบด้วย
คณะกรรมการควรเห็นชอบหลักเกณฑ์และปัจจัยในการประเมินผลงาน ตลอดจนอนุมัติโครงสร้างค่าตอบแทนของผู้บริหารระดับสูง และติดตามให้กรรมการผู้จัดการใหญ่ประเมินผู้บริหารระดับสูงให้สอดคล้องกับหลักการประเมินดังกล่าว
นโยบาย หลักเกณฑ์และวิธีในการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนนี้ ได้รับอนุมัติโดยมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 5/2560 มีผลบังคับใช้วันที่ 10 สิงหาคม 2561 เป็นต้นไป และมีการทบทวนนโยบายทุกปี
ค่าตอบแทนผู้บริหาร
ค่าตอบแทน (ที่เป็นตัวเงิน) ของผู้บริหารประจำปี 2568 ได้แก่ เงินเดือน, โบนัส, กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และผลประโยชน์อื่น
ค่าตอบแทน (ที่ไม่เป็นตัวเงิน) ของผู้บริหารประจำปี 2568: ไม่มี
ตารางแสดงค่าตอบแทนผู้บริหาร (หน่วย : บาท)
| ค่าตอบแทนของผู้บริหาร | หน่วย:คน | ปี 2566 | ปี 2567 | ปี 2568 |
|---|---|---|---|---|
| ผู้บริหารชาย | 1 | 8,009,680.00 | 8,461,500.00 | 8,299,743.00 |
| ผู้บริหารหญิง | 4 | 17,477,487.00 | 19,851,333.00 | 21,976,429.00 |
| รวมทั้งสิ้น | 5 | 25,487,167.00 | 28,312,833.00 | 30,276,172.00 |
ข้อมูลเกี่ยวกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของผู้บริหาร
| รายละเอียด | 2566 | 2567 | 2568 |
|---|---|---|---|
| จำนวนผู้บริหารที่เป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ | 3 คน | 3 คน | 3 คน |
| สัดส่วนจำนวนผู้บริหารที่เข้าร่วมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ | 60 % | 60 % | 60 % |
| จำนวนเงินที่บริษัทสมทบเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ | 352,155.00 | 404,209.00 | 499,049.00 |
